ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > เจาะตำนาน JACK DANIEL’S TENNES...

เจาะตำนาน JACK DANIEL’S TENNESSEE WHISKEY


JACK DANIEL’S TENNESSEE  WHISKEY
 
โคคา  โคลา   ลีวายส์     แมคโดนัลด์    มาร์โบโร   ไอบีเอ็ม และ             แจ็คแดนียลส์ เทนเนสซี่วิสกี้   คุณคิดว่า โลโก้ สินค้า ต่าง ๆ  เหล่านี้มีอะไรที่เหมือนกันอยู่   ทุกๆโลโก้ที่ผมเอ่ยขึ้นมานั้น ต่างติดอยู่ในอันดับท็อปเท็นสินค้าอเมริกันที่คนจำได้ในโลกนี้
 
เมื่อครั้งที่ มิสเตอร์ แจ๊ค แดเนียลส์ จดทะเบียนโรงกลั่น  ของเขาครั้งแรกตั้งแต่ปี 1866 และเริ่มต้นผลิตวิสกี้ รสกลมกล่อมขึ้นมาเขาไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งเหล้าตัวนั้นจะเป็นที่นิยมดี่มกันไปทั่วโลกเช่นในปัจจุบัน
 
อะไร  ที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ เทนเนสซี่วิสกี้ ประสพความสำเร็จ ..? ถ้าอยากจะทราบคำตอบ ก็ต้อง พาทุกท่านย้อนอดีตกลับไปเล่าถึงตำนานของแจ๊ค  แดเนียลส์ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 18
 
ขณะนั้นยังมีอายุได้ 7 ปี  หนูน้อยแจ๊ค ได้ไปทำงานให้กับหลวงพ่อ ที่มีร้านขายของเล็กๆ ด้วย เขามีชื่อว่า แดน คอล
 
                บังเอิญหลวงพ่อ แดน คอล สามารถผลิตวิสกี้ ได้ หนูนอ้ยแจ็ค   จึงทำงานอย่างหนักเพื่อขอแลกกับวิชาความรุ้ทางด้านผลิตวิสกี้จากแก   จนวันหนึ่งแดนคอลเห็นถึงพยามอุตสาหะ จึงยอมให้หนูน้อยแจ๊คได้มีหุ้นส่วนร่วมในกิจการด้วย ซึ่งขณะนั้นได้มีเหตุการณ์สำคัญ 13 อย่างเกิดขึ้น
 
1.       แจ๊คแดเนียลส์ เรื่มแตกเนื้อหนุ่มมีอายุได้ 13 ขวบพอดี
 
2.       แดน คอล ตัดสินใจจะไปเป็นพระแบบเต็มเวลา
 
3.       เขาเลยขายหุ้นทั้งหมดในการผลิตเหล้าให้กับ ลูกศิษย์สุดรัก – แจ๊ค แดเนียลส์
 
แจ๊คจึงคิดใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เขาได้รับจากแดนคอล ให้เต็มที่ เขามีความคิดที่จะผลิตวิสกี้ที่ดีที่สุดในโลก ดังนั้น เขาจึงคิดค้น  ไม่ใช่แต่เฉพาะวิสกี้ที่ดีที่สุดเท่านั้น เขายังผลิตสิ่งที่มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวด้วย แจ๊ค   แดเนียลส์ ผลิตวิสกี้ของเขาโดยใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่จาก ข้าวโพด  นอกจากนั้นยังมีส่วนผสมจองข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์หมัก แต่แค่ส่วนผสมแค่นั้น ไม่สามารถทำให้ แจ๊คแดเนียลส์มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะได้ โรงกลั่นเหล้าหลายๆ แห่งค้นพบว่า ข้าวโพดคือส่วนผสมที่ดีที่สุดสำหรับผลิตวิสกี้ ซึ่งโดยที่จริงแล้วตามกฎหมายของการผลิตเหล้า เบอร์เบิน และ เทนเนสซี่วิสกี้ ต้องประกอบไปด้วย ข้าวโพด อย่างน้อย 51 %  สิ่งที่แจ๊คแดเนียลส์แตกต่างจากวิสกี้ยี่ห้ออื่น ก็คือ  น้ำ ที่ได้มาจากแหล่งน้ำที่ปราศจากธาตุเหล็กและกรรมวิธีการกรองผ่านถ่านไม้เมเปิ้ล
 
CHARCOAL – MELLOWING  ที่รู้กันดีว่า “กรรมวิธีแบบลินคอลน์โบราณ” ซึ่งทำให้ แจ๊คแดเนียลส์ แตกต่างไปจากวิสกี้ทั่วไป ในขั้นตอนการกรอง เขาจะใช้ถ่านไม้ที่ได้จากการเผาไม้เมเปิ้ล ซึ่งทำในพื้นที่ของโรงกลั่นนี่เองโดยเขาจะใช้วิสกี้ใสบริสุทธิที่ผ่าน การกลั่นมาแล้ว กรองผ่านถังใหญ่ ที่อัดแน่นไปด้วยถ่านไม้เมเปิ้ล ซึ่งแต่ละหยด ต้องใช้เวลา 10-12วันในการซึมผ่าน  เพื่อที่จะให้ได้วิสกี้ที่ดีที่สุดดังที่ตั้งปณิธานไว้ แจ๊คแดเนียลส์ ก็ยินดีที่จะรอและคิดว่ามันคุ้มค่า
 
ขณะที่มิสเตอร์แจ๊ค ได้คิดค้นกรรมวิธี การกรองผ่านถ่านไม้เมเปิ้ลนั้น เขาหารู้ไม่ว่า เขาได้คิดค้นวิสกี้ชนิดใหม่ ขึ้นมาอีกชนิดในโลก นั้นคือ เทนเนสซี่วิสกี้นั้นเอง ไม่มีวิสกี้ชนิดไหนในโลกนี้ สามารถอ้างถึงกรรมวิธีการผลิตแบบ       ลินคอร์นโบราณได้เหมือนกับ แจ๊ค แดเนียลส์
 
ในช่วงต้นปี 1860  รัฐบาลอเมริกันได้มีความคิดที่จะจัดระเบียบทั้งในเรื่องการผลิตและการจัดเก็บภาษีเหล้า จนกระทั่งปี 1866 โรงกลั่นแจ๊คแดเนียลส์ ก็ได้กลายเป็นโรงกลั่นจดทะเบียนถูกต้องเป็นแห่งแรกของรัฐบาลอเมริกา
 
หลายปีต่อมา แจ๊คแดเนียลส์ ซึ่งไม่เคยแต่งงาน ก็ได้มอบหมายให้ หลานชายสุดที่รักชื่อว่า เล็ม มอทโลว์ มารับสืบทอดกิจการต่อไป เพราะเขาไว้ใจมากที่สุดและคิดว่า เล็ม จะช่วยสืบทอดเจตนารมย์ของเขาในการผลิตวิสกี้ชั้นยอด เพราะว่า เล็ม มีคำพุดอยุ่ประโยคหนึ่งซึ่งเขาประทับในมากก็คือ  “ ทุกๆวันที่เราผลิตวิสกี้ออกมาเราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด “
 
“ Every day we makeit  , we’ ll make it the best we can ”
 
  เล็ม มอทโลว์ ก็เลยกลายเป็นเจ้าของเต็มตัว หลังจากแจ๊คแดเนียลส์ได้เสียชีวิตไป มีเรื่องเล่ากันว่าสาเหตุของการตาย เกิดจากวันหนึ่งเขาโมโหมากที่ไม่สามารถเปิดเซฟ   ได้เขาจึงเตะเซฟ นั้นเข้าไปอย่างแรงตอนแรกก็ไม่ได้เตะรุนแรงอะไร  แต่หลังจากนั้นอาการก็มีแต่ทรุดลงเรื่อยๆ 6 ปี หลังจากเกิดเหตุการณ์ แจ๊คแดเนียลส์ก็ถึงแก่ชีวิตแต่เรื่องราวของเขาไม่ได้จบลงแค่นั้น
 
นอกจากความมีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวแล้ว จุดขายที่สำคัญของแจ๊คอีกอย่างก็คือ ความยึดมั่น
 
 ( CONSISTENCY )  ตั่งแต่***บห่อ บรรจุภัณฑ์ จนกระทั่งการโฆษณา แจ๊คจะเน้นถึงแต่คุณภาพ และการสืบทอดของตำนาน แจ๊คแดเนียลส์ได้รับการยอมรับจากทั่งโลกในเรื่องของการยึดมั่น และการสืบทอดเจตนารมย์จากอดีต อะไรที่ได้รับการสืบทอดเจตนารมย์หลังจาก ธุรกิจได้ตกอยุ่ในมือของเล็มมอทโลว์
 
เล็มมอทโลว์  ไม่ได้เป็นเพียงแต่ผู้ผลิตวิสกี้ที่ดีที่สุด เขายังเป็นนักธุรกิจที่ดีด้วย เมื่อตอนที่อเมริการประกาศห้ามผลิตเหล้าทุกชนิด และปิดโรงกลั่นทุกโรงในอเมริกามอทโลว์ก็หันไปทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องปั่นด้าย ซึ่งธุรกิจก็ไปด้วยดี จนกระทั้งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1
 
หลังจากรัฐบาลได้อนุญาตให้กับมาผลิตเหล้าได้อีก เขาก็เริ่มธุรกิจโรงกลั่นขึ้นใหม่ในปี 1938 แต่เปิดได้ไม่กี่ปีก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นอีก รัฐบาลก็สั่งปิดโรงเหล้าอีกในช่วงของภาวะสงครามพอสงครามสงบ รัฐบาลก็เริ่มให้มีการผลิตเหล้าได้อีกในปี 1946  แต่เล็มก็ไม่เริ่มเปิดโรง
กลั่นของเขาในทันที่ เพราะว่าหลังจากสงครามวัตถุดิบที่ดีจะต้องถูกจัดเป็นเสบียงก่อน จึงเหลือแต่วัตถุดิบที่ด้อยค่าเท่านั้นสำหรับการผลิตเหล้า เล็มจึงตัดสินใจไม่ผลิตถ้าไม่ได้สิ่งที่ดีที่สุด
 
หลังจากรัฐเริ่มคลายกฎในการจัดหาเสบียง และเล็มสามารถหาวัตถุดิบชั้นเยี่ยมสำหรับผลิตแล้วเขาจึงเปิดโรงกลั่นของเขาอีกครั้งหนึ่งตอนปลายปี 1947
 
                ความยึดมั่นและความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคของเขา ได้สืบทอดมาจนกระทั่งรุ่นลูก ไม่ว่าจะเพิ่มกำลังผลิตไปขนาดไหนสิ่งหนึ่ง ซึ่งพวกเขาไม่เคยลืมเลยคือความยึดมั่นต่อกระบวนการ การผลิตซึ่งเป็นสิ่งที่ แจ๊คแดเนียลส์สืบทอดผ่านมาหลายชั่วอายุคน จนถึงผู้บริโภคในปัจจุบัน
 
                สาเหตุอีกประการของความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์เทนเนสซี่ ก็คือความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีในสินค้า หรือ BAND LOYALTY เพราะว่าแจ๊คแดเนียลส์มีเสน่ห์ในตัวเอง  เริ่มจากการผลิตที่ไม่รีบร้อน พนังงานทุกคนทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ทำงานด้วยใจที่รักในงานที่ทำและภูมิใจในสินค้าที่ผลิตทุกคนต้องการแต่ผลงานที่ดีเลิศออกมาไม่ใช่ ต้องการชื่อเสียงหรือเงินทอง ความคิดเช่นนี้ได้ถูกฝังลึกลงในความรู้สึกของผู้บริโภค ทั่วโลกมาเป็นเวลาช้านาน
 
ดังนั้น  สิ่งที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ประสพความสำเร็จก็คือ 1 เอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว
 
( UNIQUE ) ความยึดมั่น (CONSISTENCY) ความจงรักภักดีของผู้บริโภค ( BAND LOYALTY ) ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้จะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้ ทั้งหมดรวมกันถึงประกอบกันเป็นความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์
 
                คราวนี้เรามาลองดุความในรายละเอียด ของส่วนประกอบที่ทำให้เกิดความสำเร็จกัน
 
อะไรที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว ต่างจากวิสกี้อื่นๆ ทั่วไป
 
สิ่งแรกก็คือ  แจ๊คแดเนียลส์ เป็นเหล้าในระดับ ซุปเปอร์พรีเมียม ของอเมริกาซึ่งความเป็นซุปเปอร์พรีเมียมนั้นก็ดีอยุ่แต่ไม่ถึงกับทำให้เป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเราลองมาดูชารท์ต่อไป ในชารท์โชว์ให้เห็นว่า ในซุปเปอร์พรีเมียมนั้นมี ทั้ง CANADIAN WHISKY , SCOTCH WHISKY ,  BOURBON  แต่มาดูที่ %TENNESSEE WHISKY ซึ่งมีเฉพาะแจ๊คแดเนียลส์เท่านั้น มียอดถึง 96 %
 
                กรรมวิธีในการผลิตแจ๊คแดเนียลส์  ก็เริ่มต้นเหมือนกับการผลิตเบอร์เบินทั่วไปแต่แตกต่างกันตรงที่เราใช้แหล่งน้ำ ที่ปราศจากธาตุเหล็ก  มิสเตอร์แจ๊ค แดเนียลส์ สร้างโรงกลั่นของเขาในเมือง ลินช์เบิรก์ มลรัฐ เทนเนสซี่ เพื่อที่จะได้แหล่งน้ำทีบริสุทธิ์ จากถ้ำที่มีน้ำอุณหภูมิคงที่ประมาณ 13 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นน้ำที่เหมาะมากในการทำวิสกี้ น้ำมีส่วนสำคัญมากในการผลิต และมีผล อย่างมากต่อรสชาติของวิสกี้นั้น ๆ ถ้าหากน้ำนั้นมีธาตุเหล็ก วิสกี้นั้นจะมีสีดำและจะทำลายรสชาติ
 
ขั้นต่อไป  คือการคัดเลือกวัตถุดิบ ข้าวโพด ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ตามกฎหมายเหล้าเบอร์เบิน และเทนเนสซี่ วิสกี้ ต้องผลิตจากข้าวโพดอย่างน้อย 51% แจ๊คแดเนียลส์ ก็ปฏิบัติตามกฎข้อนี้  แต่เราเลือกเฉพาะข้าวโพดที่ดีที่สุด ข้าวไรย์ที่ดีที่สุด และเมล็ดพันธุ์สำหรับข้าวหมักบาร์เลย์ที่ดีที่สุดเท่านั้น
 
ขั้นตอนผลิตขั้นต่อไป  คือ การปรุงส่วนผสมของธัญญาพืชต่างๆ กับน้ำจากลำธารใต้ดินธรรมชาติ ( CAVE SPRING WATER ) ขั้นแรกจะผสมน้ำกับข้าวโพดบดก่อนแล้วจึงนำไปต้มแล้วปล่อยให้เย็น หลังจากนั้นก็เติมข้าวไรย์แล้วตามด้วยข้าวหมักบาร์เลย์ จากนั้นก็เติมยีสต์ลงไป ซึ่งเรียกว่าขั้นตอนการหมัก ยีสต์ก็จะทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลที่อยู่ในถังให้เป็นแอลกฮอล์ เรามีการควบคุมมาตรฐานด้วย การนำส่วนของที่เหลือจากการหมักของถังก่อน เพื่อเป็นฐานของการหมักถังต่อไป ซึ่งเรียกว่า “ SOUR MASH “ (ดังที่ปรากฏอยู่บนฉลาก)
 
ข้าวในถัง  จะหมัดอยู่เป็นเวลาประมาณ 5 วัน ก็จะมีลักษณะเป็นน้ำขุ่นๆ คล้ายๆ เบียร์ ซึ่งก็พร้อมสำหรับขั้นตอนต่อไปคือการ กลั่น ซึ่งจะกลั่นในหม้อทองแดงซึ่งสูงถึง 100 ฟุต  ขั้นตอนการกลั่นนี่จะแยกแอลกฮอล์ออกจากตัวน้ำแล้วผ่านความร้อนทำให้กลายเป็นหยด น้ำใสบริสุทธิ ซึ่งมีแอลกฮอล์มากถึง 70 ดีกรี ขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เหมือนกับกรรมวิธีผลิตเบอร์เบินทุกอย่าง
 
แต่มาถึง ขั้น ตอนที่ทำให้แจ๊ค แดเนียลส์ เทนเนสซี่ วิสกี้ แตกต่างจากวิสกี้ชนิดอื่นๆ ทั่วไปถ้าแจ๊ค แดเนียบลส์เป็นเหล้าเบอร์เบิน เราก็จะเอาแอลกฮอล์บริสุทธิ์นี้ไปบ่มในถังไม้โอ๊กเลยแต่เนื่องจากแจ๊คไม่ใช่เบอร์เบิน จำต้องมีขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่ง นั้นก็คือ การกรองผ่านถ่านไม้เมเปิ้ล  การกรองนี้ถือเป็นงานปราณีตของโรงกลั่นแจ๊ค ทุกๆ หยดของวิสกี้ ต้องใช้เวลา 10-12 วันในการผ่านถ่านลงสู่ก้นถัง
 
ถ่านไม้เมเปิ้ลนี้ ได้มาจากการสืบทอดประเพณีมาหลายชั่วอายุคน เราคัดไม้เมเปิ้ลชั้นดีจากป่าทางแถบตอนกลางมองรัฐเทนเนสซี่ ซึ่งจะนำมาตัดเป็นท่อนๆ ขนาดความยาวประมาณ 5ฟุต ความหนาประมาณ 4 นิ้ว แล้วนำมาเรียงเป็นกองดังที่เห็นในรูป  เมื่องกองแล้วต้องทิ้ง ไว้ให้แห้งประมาณ 3 อาทิตย์ แล้วจึงนำไปเผาไปเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง  ก็จะได้เป็นถ่านที่สะอาดและไม่มีเขม่า หลังจากนั้นก็จะนำเอาถ่านไม่ไปบด เป็นชั้นเล็กๆ ประมาณชิ้นละ 1 ตารางนิ้ว แล้วนำมาอัดแน่นใส่ในถังไม้ขนาดใหญ่  หลังจากนั้นก็จะให้วิสกี้ไหลซึมผ่าน ทีละหยด ทีละหยด
 
ขั้นตอนการกรองนี้ทำให้วิสกี้ปราศจากน้ำมัน ,กลิ่น และ กรด หลังจากนั้นก็จะนำไปบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาด้านใน  NEW CHARRED OAK BARRELS เพื่อทำการหมัด ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปี  เพื่อที่จะได้เป็นแจ๊คแดเนียลส์เทนเนสซี่วิสกี้ ที่เลืองชื่อ ทุกคนในโลกที่หลงไหลใน แจ๊คแดเนียลส์ต่างก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป แต่ก็มีส่วนประกอบ ที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นสาเหตุหลักทีทำให้ภาพพจน์ของแจ๊คแดเนียลส์ แตกต่างจากวิสกี้อื่น นั้นก็คือ ประวัติ และตำนานที่มีมายาวนาน
 
ขอย้ำอีกครั้งว่า ขั้นตอนการผลิตที่ไดรับการยกย่องตั้งแต่ปี 1866 ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงมันได้มีการสืบทอดจากรุ่น สู่รุ่น ด้วยความเคารพและความภูมิใจ ผู้คนในทุกรุ่นมีความรู้สึกตื่นเต้นกับการสืบทอดกรรมวิธีแบบดั้งเดิมด้วยความซื่อสัตย์และยึดมั่นในคุณภาพ  ซึ่งสร้างความเชื่อถือให้เกิดกับคนมากมายทั่วโลก
 
นั่นคือสาเหตุที่ในปี 1955  บรรดาเพื่อนๆ ที่แจ๊คแดเนียลส์ได้ประชุมกันและช่วยกันเชียนที่สมัยนี้เขาเรียกกันว่า “ แผนการตลาด “ MARKETING PLAN สำหรับเหล้าแจ๊คแดเนียลส์ มีกฎง่ายๆ 8 ข้อ ที่รวมมันเป็น กลยุทธ์ทางการตลาดของแจ๊ค ซึ่งได้มีกรยึดถือปฎิบัติกันต่อๆ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี โดยเฉพาะข้อแรก  ที่กล่าวไว้ว่า “ Maintain product quality and unique taste”
 
หรือ รักษาไว้ซึ่งคุณภาพและเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะ
 
                ในปี 1956  เมื่อครอบครัวของตระกูล บราวน์ , เจ้าของบริษัทบราวน์โฟร์แมน ในเมืองหลุยส์วิลล์ รัฐ เคนตั๊กกี้ ได้เข้า ซื้อโรงกลั่น พวกเขาแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลย นั้นก็เพราะว่าพวกเขามีความคิดเหมือนกับ ตระกูลมอทโลว์ เขาเคารพในเรื่องคุณภาพ ประวัติ ความเป็นมาและความต่อเนื่อง
 
                และที่เมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า “ ลินช์เบิร์ก “ ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะของแจ๊คแดเนียลส์ อีกข้อหนึ่ง  เมืองเล็กนี้  ตั้งอยู่ในแถบหุบเขาเทนเนสซี่ของสหรัฐอเมริกา ทุกๆ คนมีความภูมิใจและปกป้องตำนานของพวกเขา ความเข้าใจในชีวิตประจำวันที่ไม่มีวิสกี้ตัวไหนมีบุคลิก เหมือน ความมีเสน่ห์ ความยึดมั่น ความเป็นตัวเอง ล้วนแต่เป็นบุคลิกที่โดดเด่นและสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน และท้ายที่สุดเราก็ไม่สามารถลืม ลูกค้า  ที่มีความรักและหลงใหล และไม่เคยเปลี่ยนใจไปหาวิสกี้ตัวอื่น  นั้นคือเหตุผลหลักที่ทำให้แจ๊คแดเนียลส์ประสบความสำเร็จอย่างดี
 
                ลูกค้าของแจ๊ค แดเนียลส์ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่เป็นแฟนพันธุ์แท้จริงๆ พวกเขาไม่ได้จะชอบแต่เพียงสินค้าเท่านั้น พวกเขายังรักในตำนาน บุคลิก ลักษณะ และความมีมนต์ขลัง ของแจ๊ค ทำไมเราถึงรู้หรือ ? สาเหตุหนึ่งก็เพราะว่า กว่าหนึ่งล้านคนได้เขียนจดหมายถึงโรงกลั่นโดยตรงแล้วบอกกับเราว่า อีกทั้ง โฮมเพจ  ของเราก็ได้รับการเยี่ยมชมมากกว่า 300,000 ครั้งต่อเดือน และ WEB SITE ของแจ๊คแดเนียลส์ได้รับการโหวตให้เป็นติดอันดับใน 15 % ของ WEB SITE ยอดนิยมทั่วโลก และนอกจากนี้  ยังมีนักท่องเที่ยวกว่า 250,000 คนต่อปี ได้เข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นเพียงเพื่ออยากจะเห็นว่าเพื่อนของเขา ผลิตวิสกี้ที่แสนรักของเขาออกมาอย่างไร
 
                นอกจากเรื่องราวที่กล่าวมา  แฟนพันธุ์แท้ของแจ๊คทั้งหลายยังมีความภูมิใจ  ที่ได้มีส่วนร่วมอยู่ใน “ โครงการผู้ดีแห่งเทนเนสซี่ “ หรือ “ TENNESSEE SQUIRE PROGRAM “ โครงการนี้เป็นเสมือนฑูตสันถไมตรีของ แจ๊ดแดเนียลส์ คนที่จะได้ร่วมในโครงการนี้ก็จะเกิดจากแนะนำของตัวแทน แจ๊ค หนือจากสมาชิกคนอื่นๆ พวกเขาจะได้รับบัตรสมาชิก และได้รับการโฉนดที่ดิน ส่วนหนึ่งในเมือง ลินช์เบิร์ก ในเมืองเทนเนสซี่ บ้านของแจ๊คแดเนียลส์
 
                แจ๊คแดเนียลส์ ยังได้รับความนิยมที่นำไปเป็นส่วนประกอบของภาพยนต์ดังๆ หลายๆเรือง หนังที่ดังๆ อย่างเช่น Raider’s OF The Lost Ark , Scent of a Woman , Basic Instinct, Pearl Harbor
 
พริ้งคนเริงเมือง  เสือ 11 ตัว เป็นต้น
 
                เราได้กล่าวถึง WEB SITE ของแจ๊คแดเนียลส์  คราวนี้เราลองมาดูในรายละเอียดกันบ้าง เราได้ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีปัจจุบัน กับตำนานอันอมตะของแจ๊คแดเนียลส์ ลูกค้าของเราส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่ม ในช่วงอายุ 20-30 ปี ที่พร้อมเสมอกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคอินเตอร์เน็ท โดยขณะที่เขายังใส่ยีนส์ ตัวโปรดทุกๆ ที่ที่พวกเขาไป เขาคาดหมายที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ที่เขารักอยู่ที่นั้น พวกเขาพบกับเราในโลกแห่งอินเตอร์เน็ท และแจ๊คแดเนียลส์ก็ไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง พวกเขามีความตื่นเต้นมากที่ได้คลิกเม้าส์ ได้พบเรื่องราวที่เขาประทับใจในแจ๊ค เราลองมาดูอัตราการเติบโตและยอดขายของแจ๊คจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก แจ๊คแดเนียลส์ จัดอยู่ในผลิตภัณฑ์ประเภท ซุปเปอร์พรีเมี่ยม ในตลาดสากลทั่วๆ ไป ส่วนใหญ่เราจะถูกตั้งราคาในระดับซุปเปอร์พรีเมี่ยม ในระดับเดียวกับ Johnnie Walker Black Label , Chivas Regal
 
อัตราการเติบโตที่โตขึ้นทุกๆ ปี ในประเทศที่เป็นประเทศที่ดื่ม Scotch Whisky มาก่อนเช่น อังกฤษ  กรีซ  เยอรมัน  และญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงอนาคตอันสดใสของ สินค้าตัวนี้
 
                แต่ด้วยความนิยมที่เพิ่มขี้นของเหล้าเบอร์เบิน อเมริกา เราก็      สามารถพบแจ๊คแดเนียลส์ แข่งขันกับสินค้าเบอร์เบินตัวอื่น เช่น Jim Beam , Four Roses , Wild Turkey  หรือ  Maker’s Mark
 
และถึงแม้การแข่งขันสูงเพียงไร แจ๊คแดเนียลส์ก็ยังคงไว้ซึ่งนโยบายราคาและพยายามเลี่ยงที่จะลดราคาสินค้าเหมือนเหล้าเบอร์เบินชนิดอื่น เพราะนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับลูกค้าที่ดื่มแจ๊ค                                              แดเนียลส์  ทำไมหรือ ? เพราะแจ๊คแดเนียลส์ จัดว่าเป็นสินค้าในระดับพรีเมี่ยม ทุกๆ ครั้งที่ลูกค้าที่ดื่มวิสกี้เป็นหลักคนหนุ่มเหล่านั้นท่าอายุระหว่าง 20-30 ก็ยังชอบเครื่องดื่มหลายๆ อย่างตากต่างกันไป เช่น เบียร์, รัม , ว๊อดก้า. และยิน จากากรสำรวจยังพบว่า พวกคนหนุ่มที่ดื่มแจ๊ค นั้น  เขาก็ยังคงดื่ม แจ๊คอยู่เรื่อยๆ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น นั้นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ แจ๊คแด
 
เนียลส์ ประสพความสำเร็จ
 
                สิ่งที่เป็นตัวเลขแสดงถึงความสำเร็จของแจ๊คแดเนียลส์ ก็คือ แจ๊คแดเนียลส์ ติดอยู่ใน TOP TEN ของเหล้าที่ขายดีที่สุดในโลก ในปี 1953  แจ๊คแดเนียลส์ขายได้เพียง 200,000 ลัง ทั่วโลก ในขณะที่ปีที่เพิ่งผ่านไป แจ๊คแดเนียลส์ขายได้ถึง 6.4 ล้านถัง ขณะนี้แจ๊คแดเนียลส์เป็นวิสกี้ที่ขายดีเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองก็แต่เพียง Johnnie Walker Red ซึ่งขายได้ประมาณ 6.8 ล้านลัง
 
                ตลาดที่สำคัญๆ ที่เราถือว่า เป็นตลาดที่มั่นคง ESTABLISHED แล้วเช่น สหราชอาณาจักร , เยอรมัน , ญี่ปุ่น หรือ ออสเตเรีย  ส่วนตลาดที่อยู่ในขั้นพัฒนา  และมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างมากเช่น ตุรกี ,อาฟริก้าใต้ , จีน ,บราซิล , และแน่นอนประเทศไทย นั้นคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า บราวน์โฟร์แมนได้สร้าง แจ๊คแดเนียลส์ให้เป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงแข็งแรงและเป็นสินค้าของมันเองแล้ว บราวน์โฟร์แมนยังมีการจ้างบุคลากรและมีการลงทุนสร้างสินค้าเป็นเวลาสืบเนื่องกันมา   นอกจากนี้  เรื่องราวของแจ๊คแดเนียลส์ก็เป็นเรื่องที่เล่าสืบทอดกันมา โดยไม่เปลี่ยนแปลงมาเป็นเวลากว่า 40 ปี แล้ว เรายังคงกล่าวถึงความเป็นมา และยังเน้นถึงคุณภาพและภาพพจน์และความเป็นอเมริกัน ซึ่งแท้จริงแล้ว  การที่เราเร่งการลงทุนในตลาดต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เราเห็นว่าเราแทบไม่ต้องทำอะไรกับการโฆษณาของเราเลย เพราะความเป็นอเมริกัน  ความคลาสสิค เป็นสิ่งที่ยากที่สินค้าตัวอื่นใดจะมีได้เหมือน
 
                ในตลาดสากลทั่วไปเราอาจมีโอกาสที่จะเพิ่มความรู้จักในสินค้ามากกว่า ที่สามารถจะทำได้ในสหรัฐอเมริกา ด้วย สปอตวิทยุ โฆษณาทางโทรทัศน์ หรือในโรงภาพยนต์ เราสามารถที่จะสื่อกับผู้บริโภคได้มากขึ้นในโลกปัจจุบัน เรายังค้นพบว่าขณะที่แจ๊คแดเนียลส์ ยึดติดอยู่กับเรื่องราววัฒนธรรมอเมริกัน และแจ๊คแดเนียลส์ก็เป็นสัญลักษณ์ของอเมริกันอย่างแท้จริง จริงๆ แล้วแจ๊คแดเนียลส์ยังเป็นสินค้าที่เรียกได้ว่า อยู่ในหัวใจของคนทั่วโลกไปแล้ว ด้วยความรักในตัวสินค้าและความชื่นชมในความสม่ำเสมอ และไม่เปลี่ยนแปลง ในด้านคุณภาพและภาพลักษณ์ ของผู้คนที่เกี่ยวข้องและประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา  การที่แจ๊คแดเนียลส์เป็นแบรนด์ที่มีคนรักมากที่สุดรวมทั้งการเป็นอเมริกันวิสกี้ที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด อาจจะทำให้มิสเตอร์แจ๊คแดเนียลส์ มีความสุขใจ แต่ที่จริงแล้วสิ่งที่ทำให้เขามีความสุขที่สุดก็คือ ทุกวันนี้ เรายังผลิตวิสกี้ อย่างเดิมเหมือนอย่างที่เขาผลิตในปี 1866 ตอนนั้นเขาพูดว่า “ ทุกๆ วันที่เราผลิตวิสกี้ออกมา เราจะต้องทำมันให้ดีที่สุด “


ผู้ตั้งกระทู้ มุมข้อมูล :: วันที่ลงประกาศ 2007-12-28 17:40:00 IP : 125.27.188.203


[1]

ความเห็นที่ 1 (3311220)

น่าอ่านมาก

ผู้แสดงความคิดเห็น กุ๊ก วันที่ตอบ 2008-01-02 09:18:38 IP : 203.150.232.78


ความเห็นที่ 2 (3311796)
เจ๋งครับ ผมเป็นแฟนยี่ห้อนี้เหมือนกัน
ผู้แสดงความคิดเห็น เจ วันที่ตอบ 2008-10-20 10:22:34 IP : 58.8.192.145


ความเห็นที่ 3 (3311828)

มีเหล้า Jack Daniel's Single Barrel ขายครับ

ของแท้มาจาก เมกา หิ้วมาครับ

สนใจติดต่อได้ครับ ราคาคุยกันได้ครับ

แบงค์ 0866570126

ผู้แสดงความคิดเห็น แบงค์ วันที่ตอบ 2008-11-07 21:27:02 IP : 58.8.158.10


ความเห็นที่ 4 (3312254)

ยังไม่เคยกินเลยอยากลองกินดู

ผู้แสดงความคิดเห็น อีกา วันที่ตอบ 2009-08-21 21:31:08 IP : 125.25.200.16


ความเห็นที่ 5 (3312273)

ชอบเหล้า jack มั้กมาก เรามีโอกาส ศึกษาประวัติ และทำงาน เป็ฯ PG

รูสึกว่าเราเหล้าที่มีตำนานนาน ชอบคำพูดที่ว่า 

** ทุกๆวันที่เราผลิตวิสกี้ เราต้องทำมันให้ดีที่สุด**

ผู้แสดงความคิดเห็น Pu nim za (nongnimja_-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2009-09-02 19:06:47 IP : 58.9.201.153


ความเห็นที่ 6 (3312297)
รส+กลิ่นสไตล์ลูกทุ่งมะกัน เจ๋งโคตรๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น เจ๋งหลายๆ วันที่ตอบ 2009-09-16 16:14:50 IP : 124.122.241.167


ความเห็นที่ 7 (3312424)

เหล้าชาวร็อคครับกินทีไลอวกทุกที

ผู้แสดงความคิดเห็น monkeybull วันที่ตอบ 2010-01-03 18:03:37 IP : 118.173.244.47


ความเห็นที่ 8 (3312438)

ลองมาแล้วเหมือนกันค่ะ...ติดใจจริงๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Liquorlism. (socuts_bell-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2010-01-15 18:19:45 IP : 110.169.33.153


ความเห็นที่ 9 (3312443)
สุดยอดคับ   ติดใจมากๆๆๆ
ผู้แสดงความคิดเห็น okay วันที่ตอบ 2010-01-24 18:28:23 IP : 84.233.246.170


ความเห็นที่ 10 (3312530)
แรกๆไม่หร่อยแต่กินไปเรื่อยๆจะติดไจเอง555
ผู้แสดงความคิดเห็น แฟนแจ๊ค วันที่ตอบ 2010-03-23 00:07:14 IP : 222.123.62.64


ความเห็นที่ 11 (3312596)
เหล้าของลุง jack นี่สุดยอดอยู่แล้วผมดื่มอาทิตย์ละ3ขวดผมติดมากเลยครับซื้อมาทีเป็นลังเลย
ผู้แสดงความคิดเห็น เด็กเกาะช้าง (chavapon-at-live-dot-com)วันที่ตอบ 2010-06-03 18:17:52 IP : 112.142.15.179


ความเห็นที่ 12 (3312636)
ยังอยู่ในตู้อีกครึ่งขวด...จัดซะหน่อย...อิอิ
ผู้แสดงความคิดเห็น oatny วันที่ตอบ 2010-06-26 10:39:25 IP : 125.25.206.213


ความเห็นที่ 13 (3313027)

i  love Mr Jack Daniel

 

ผู้แสดงความคิดเห็น khao (o_okhao-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2011-03-29 22:28:03 IP : 180.183.96.250


ความเห็นที่ 14 (3317144)
เจอเพียวๆเป๊กแรกแทบอ๊วก แต่กินไปเรื่อยๆรสชาติที่1เลย
ผู้แสดงความคิดเห็น เจเจ วันที่ตอบ 2011-11-11 22:21:19 IP : 49.49.140.182


ความเห็นที่ 15 (3318213)

มีตังก็แดก JACK ถังแตกก็แดก หงษ์

ผู้แสดงความคิดเห็น LGH RSM วันที่ตอบ 2011-11-24 20:23:58 IP : 182.53.64.91


ความเห็นที่ 16 (3321803)
ถ้าคนเราเอาตำนานของเหล้าjackไปใช่ในชีวิตประจำวันผมว่าชีวิตคงมีอะไรเปลี่ยนบ้างไม่มากก็น้อยแต่จะมีใครสักกี่คนที่เห็นคุณค่าของความเป็นตำนานกว่าจะได้ความเป็นตำนานต้องใช่เวลาในการบ้มเพาะถ้าคิดจะทำถ้าไม่ลองก็ไม่รู้
ผู้แสดงความคิดเห็น oad ch.11 อุบลราชธานี วันที่ตอบ 2012-01-03 08:17:49 IP : 223.207.111.182


ความเห็นที่ 17 (3325632)
ลองแล้วติดใจจริงๆค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น HKJHN วันที่ตอบ 2012-02-08 12:39:38 IP : 10.10.100.173


ความเห็นที่ 18 (3345900)
ผมว่ารสชาติดีกว่าแบล็คนะดื่มเพียวๆตามด้วน้ำแร่เย็นๆสุดยอด
ผู้แสดงความคิดเห็น tom xxx วันที่ตอบ 2012-09-25 15:55:11 IP : 182.52.84.174


ความเห็นที่ 19 (3346255)
ถ้ามีอิกก็จะไปมันจิงๆค่าสนุกและก็มันมาก
ผู้แสดงความคิดเห็น มันมากๆเลยสุดๆอ่ะเหล้าอร่อยดนครีเพราะสุดยอดค่ะ วันที่ตอบ 2012-09-28 18:38:36 IP : 110.169.207.157


ความเห็นที่ 20 (3382153)
มันขวดเท่าไหร่อะแจ๊คเนี่ย
ผู้แสดงความคิดเห็น แอล วันที่ตอบ 2013-12-12 13:20:25 IP : 119.42.119.182



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *

ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image