ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Us
bulletเช็คคอร์สเรียนสำหรับเดือนนี้
dot
งานของเรา
dot
bulletหลักสูตรอบรม
bulletขายอุปกรณ์ ทำค็อกเทล Cocktail Shopping
bulletรับจัดทำเครื่องดื่มในงานเลี้ยง
bulletรับทำค็อกเทล&ม็อกเทล พั้นช์ ผสมพร้อมดื่ม แบบแกลลอน
bulletรับทำค็อกเทลวุ้นหลอดฉีด
bulletรับทำ Box Set
bulletรับสั่งทำไม้จิ้มธงโลโก้ สำหรับจิ้มอาหารค็อกเทล
dot
เลือกรายการ
dot
bulletเลือก....รายการอาหาร Canape' & Finger Food
bulletเลือก....รายการเครื่องดื่ม Cocktail
bulletเลือก....รายการเครื่องดื่ม Mocktail, Punch, SPA Drink
dot
Gallery
dot
bulletภาพ....การจัดเลี้ยงเครื่องดื่มและอาหารค็อกเทล
bulletภาพ....บรรยากาศการเรียนที่ห้วยขวาง
bulletภาพ....บรรยากาศการเรียน Molecular Cocktail ที่ห้วยขวาง
bulletภาพ....บรรยากาศการอบรมผสมเครื่องดื่มนอกสถานที่
bulletภาพ....งานรับคิดค้นสูตร และรับทำเครื่องดื่มเพื่อถ่ายภาพ
dot
Drinks & Beverage
dot
bulletCocktail
bulletMocktail
bulletPunch
bulletSmoothies & Frappe
bulletSPA Drink
bulletMilk Shake
bulletTea & Coffee
bulletอยากเหล้า .... เรื่อง
bulletเทคนิคผสมค็อกเทล
bulletเบียร์ เย็น เย็น
bulletรู้จักไวน์ และแชมเปญ
dot
สูตรเครื่องดื่ม
dot
bulletสูตรค็อกเทล
bulletสูตรเหล้าปั่น
bulletสูตรม็อกเทล
bulletสูตรสมูธตี้ส์และเฟรปเป้
bulletสูตรคานาเป้
bulletสูตรไอศกรีม
dot
บทความน่า.....อ่าน
dot
bulletแนะนำหนังสือค็อกเทล
bulletคนชงเหล้า .... ปั้นน้ำเป็นเงิน
bulletคลิก! อ่านบทความ ที่น่าสนใจ
bulletองค์การสุรา กรมสรรพสามิต
dot
Links to Website Cocktail
dot
bulletLink to Web. about Spirits
bulletCocktail.com
bulletCocktail.uk.com
bulletKingcocktail.com
bulletCocktailtimes.com
bulletDrinksmixer.com
bulletBolsCocktail.com
bulletCocktaildreams.de
bulletDrinkboy.com
bulletBartender.com
bullet877Spirits.com
bulletIn-the-spirit.co.uk
dot
Link to The Best Web
dot
bulletAmazon.com
bulletAmazon.co.uk
bulletGoogle.co.th
bulletYahoo.com
bulletSanook.com
dot
อ่านข่าวจากสื่อออนไลน์
dot
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bullet88DB.Jobsdb.com
bulletGourmetthai.com
bulletThaihoteljob.com
bulletThaicabincrew.com
bulletร้านขาย แก้วพลาสติก และ น้ำเชื่อมต่างๆ
dot
Reserve
dot
bullet จองคอร์สเรียน
dot
Contact Us

dot
bulletติดต่อสอบถาม


งานโรงแรม
ข่าวโรงแรม
หางานบาร์ ตำแหน่งงานว่าง
ค้นหาสูตรค็อกเทล
สุดยอดเว็ปบอร์ดไทย
ค้นหาโดยกูรู


The Cocktails article

"Cocktail"  ค็อกเทล แปลว่า “หางขนไก่”

  คือ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ผสมอยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งชนิด เข้ากับส่วนผสมอื่น ไม่ว่าจะเป็น น้ำผลไม้ ชา กาแฟ น้ำเชื่อม หรือแม้แต่ส่วนผสมอื่นๆ ตามวิธีการผสมในแบบต่างๆ 

   (รูปจาก www.cocktail.uk.com)

  คำว่า ค็อกเทล  ได้ถูกใช้เรียกชื่อแทนเครื่องดื่มผสมชนิดนี้มาเป็นเวลายาวนานกว่า 200 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1776 ในบาร์แห่งหนึ่ง ในนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา มีสุภาพสตรีผู้หนึ่งได้เปิดร้านขายสุรา และภายในร้านของเธอจะตกแต่งบาร์ด้วยหางขนไก่ที่มีสีสันสวยงามเต็มร้านไปหมด อยู่มาวันหนึ่งเธอเกิดความคิดที่แปลกประหลาดไม่เหมือนใครขึ้นมา เธอได้นำเอาหางขนไก่ (Cocktail) ใส่ตกแต่งในเครื่องดื่มที่เธอผสมขึ้นทุกแก้วแทนไม้คนบาร์ทั่วไป และในไม่ช้าร้านของเธอก็เป็นที่รู้จัก และนิยมของนักท่องเที่ยวยามราตรีทั้งหลายในยุคนั้น จนทำให้คนส่วนใหญ่พูดติดปากกันว่า “ค็อกเทล” (Cocktail) เมื่อต้องการจะสั่งเครื่องดื่มชนิดนี้ และจากจุดนี้เองนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า “ค็อกเทล”

     

ประวัติค็อกเทล (The History of Cocktails)

  Cocktail ค็อกเทล  เป็นเครื่องดื่มผสมที่มีต้นกำเนิดมายาวนาน เกิดขึ้นเมื่อใดไม่ได้ระบุไว้ชัดเจน จุดเริ่มต้นในยุโรป  ที่ฝรั่งเศส ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 14 ในยุคนั้นจะเรียกเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นว่า "บรากเกรท" (Bragget) โดยผสมจากเบียร์หรือเอล (Ale) หรือเหล้าที่ใส่เครื่องเทศ นิยมดื่มกันมากในวันอาทิตย์ ก็เลยเรียกกันติดปากว่า "Bragget Sunday” ต่อมาในศตวรรษที่ 17 ได้เปลี่ยนมาใช้ไวน์ผสม ทำเหมือนพั้นช์ นิยมดื่มกินกันในงานเลี้ยง งานรื่นเริงต่างๆ จนมาถึงศตวรรษที่ 18 เริ่มนิยมผสมเครื่องดื่มแบบที่ไม่ใส่เครื่องเทศ เรียกว่า "ซองการีส" (Sangarees) ส่วนเครื่องดื่มที่นำเหล้ามาผสมกับน้ำตาลจะเรียกว่า "ท็อดดีส์" (Togdiss)

      

    ต้นศตวรรษที่ 18 เครื่องดื่มที่เรียกว่า “ค็อคแตล์" (Coquetel) เป็นเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาล หรือน้ำผลไม้กับเหล้าค็อก-เอล (Cock-Ale) นิยมดื่มกันมากในงานเลี้ยงฉลองของชาวบอร์โดซ์ในฝรั่งเศส ถ้าย้อนไปดูในอเมริกา ช่วงปี ค.ศ.1775–1783 ประธานาธิบดี ยอร์จ วอร์ชิงตัน ทำสงครามประกาศอิสรภาพรบกับอังกฤษ ทหารฝรั่งเศสถูกส่งมาช่วยรบอเมริการบในสงครามครั้งนี้ด้วย และยังได้นำเครื่องดื่มที่เรียกว่า ค็อคแตล์ มาดื่มกินกันในกองทัพด้วย ทำให้เครื่องดื่มนี้เป็นที่นิยมเผยแพร่ไปในกองทัพผสมของอเมริกาอย่างรวดเร็ว นับแต่นั้นมาชาวอเมริกาก็นิยมดื่มเครื่องดื่มนี้มากขึ้น และมักจะเรียกชื่อว่า “ค็อกเทอร์" (Cockter) และเรียกเพี้ยนไปเป็น “ค็อกเทล" (Cocktail) จนติดปากมาจนถึงทุกวันนี้

                          

   คำว่า “ค็อกเทล” (Cocktails) ไม่มีใครทราบหลักฐานที่มาที่แน่ชัด แต่มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาต่อเนื่องด้วยเหตุผลต่างๆ นานา ดังที่ John Doxat กล่าวไว้ใน The Book of Drinking ว่าในช่วงศตวรรษที่ 18 ผู้คนนิยมการตีไก่ (Cock Fighting) กันมาก จนกลายเป็นประเพณีที่มีการดื่มอวยชัยให้พรแก่ไก่ตัวที่เป็นผู้ชนะด้วย เครื่องดื่มที่ใช้ในการดื่มเพื่ออวยชัยให้แก่ไก่นั้น ก็จะผสมด้วยเหล้าหลายชนิดด้วยกัน จะใช้เหล้ากี่ชนิดก็ขึ้นอยู่กับจำนวนหางขนไก่ที่เหลือของไก่ตัวนั้น 

   ในหนังสือ Wines&Spirits (Foods of the World) เขียนโดยนาย Alec Waugh ของ Time Life International (Natherland) B.V. กล่าวไว้ว่า จริงๆ แล้วไม่มีใครรู้แหล่งกำเนิดที่แน่ชัดของค็อกเทลเลย จะมีก็แต่เรื่องเล่าสนุกๆ กันเกี่ยวกับต้นกำเนิดของค็อกเทลว่า ในช่วงที่ชาวอเมริกันทำสงครามเพื่อเรียกร้องประกาศอิสรภาพช่วงปี ค.ศ.1779 (ราว พ.ศ.2322) นั้น มีหญิงแม่ม่ายเมียทหารปฏิวัติคนหนึ่งชื่อ เบตซี่ เฟลนาแกน (Betsy Flanagan) เปิดร้านเหล้าในรัฐนิวอิงแลนด์ พวกบรรดานายทหารฝรั่งเศสจากกองทัพผสมของ ยอร์จ วอชิงตัน ต่างพากันมาอุดหนุนที่ร้านของเธออยู่เป็นประจำ และพวกนายทหารเหล่านี้มักจะชอบต่อว่าต่อขานกับมิสเบทซี่ ว่าเธอปล่อยให้ไก่โต้งจากอีกร้านหนึ่งชื่อ โลแยลลิสต์ เข้ามากรีดกรายเกะกะอย่างไม่เกรงกลัวใครในร้านเลย อยู่มาวันหนึ่งเบตซี่ ได้จัดงานเลี้ยงฉลองเป็นเกียรติแก่เหล่าทหารพวกนั้น เธอได้จับไก่โต้งจากร้านโลแยลิสท์ตัวนั้น มาทำอาหารเลี้ยงแขก และเธอได้ผสมเหล้าชนิดใหม่ให้เหล่านายทหารพวกนั้นได้ลิ้มลองเป็นเหล้าที่ผสมด้วยเหล้ารัมกับน้ำผลไม้ เพื่อเสิร์ฟก่อนเวลาอาหาร และเธอได้นำขนหางไก่ที่มีหลากสี มาประดับประดาที่ขวดเหล้าอย่างสวยงามด้วย บรรดาเหล้าทหารที่ไปงานเลี้ยงในครั้งนี้ต่างก็ดื่มเป็นเกียรติแก่เจ้าภาพ และอวยพรเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า “Vive Le Coq’s Tail” นับแต่นั้นมาเหล้าผสมที่นิยมดื่มกันก่อนงานเลี้ยงอาหาร หรือดื่มเพื่อเฉลิมฉลองในงานต่างๆ มักเรียกกันว่า ค็อกเทล (หางไก่) นับแต่นั้นเป็นต้นมา แต่นักนิรุกติศาสตร์ไม่เห็นด้วยกับที่มาของคำนี้ จะมีแต่ก็นาย Alec Waugh ที่เห็นว่า คนส่วนมากในซีกโลกตะวันตกต่างก็ยอมรับนิยายเรื่องนี้กัน

    มีเรื่องเล่าอีกกระแสหนึ่งว่า ในยุคเดียวกันนี้มีเจ้าของโรงเตี๊ยม (ร้านเหล้า) ของชาวอเมริกันคนหนึ่ง กีดกันมิให้ลูกสาวชื่อเบตซี่แต่งงานกับนายทหารอเมริกัน อยู่มาวันหนึ่งไก่ชนแชมเปี้ยนเจ้าสังเวียนที่แกรักนักรักหนาชื่อว่าเจ้าวอชิงตัน เกิดหายตัวไป แกก็เสียใจอย่างหนัก ถึงกับออกประกาศว่าผู้ใดจับไก่ตัวนี้มาคืนให้แกได้ ยินดีจะยกลูกสาวให้เป็นสิ่งตอบแทน และต่อมาไม่นัก นายทหารอเมริกันคู่รักของลูกสาวแกนั่นเอง ก็เป็นผู้ที่พบไก่ตัวนั้น และนำมาคืนให้กับว่าที่พ่อตา สุดท้ายแกก็ต้องจำใจยกลูกสาวให้ตามสัญญา เบตซี่เองก็แสนจะปลื้มปิติ จึงได้ผสมเหล้าในร้านของพ่อเธอเพื่อเลี้ยงแขกที่มาร่วมงานฉลองการแต่งงานของเธอด้วย บรรดาแขกที่มาในงานต่างพากันติดใจในรสเหล้าผสมนี้เป็นอันมาก ถึงกับกล่าวเรียกเหล้าผสมนี้ว่า “ค็อกเทล”

   บ้างก็เล่ากันว่า มีนักเคมีนายหนึ่งแห่งเมืองนิวออร์ลีนส์ มักจะผสมเหล้าที่ใส่ในภาชนะคล้ายถ้วยใส่ใข่ (Egg Cup) ของชาวฝรั่งเศสที่เรียกว่า “Coquetiers" เพื่อเลี้ยงเพื่อนฝูงที่มาเยี่ยมเยีอนเสมอ จนภายหลังชาวอเมริกันก็ได้จำสูตรของนักเคมีผู้นี้ไปผสมดื่มกันในถ้วยค็อคแตร์กันมากขึ้นๆ เรื่อยๆ จนในที่สุดเหล้าผสมค็อคแตร์ ก็เรียกต่อๆ กันมาจนเรียกเพี้ยนไปตามสำเนียงชาวอเมริกันเป็น "Cockters" บ้าง เป็น "Cocktails" บ้าง และก็เรียกติดปากกันมาจนถึงทุกวันนี้

    หรือบ้างก็เล่ากันว่า ในโบราณสมัยนานเนมาแล้วที่เมืองท่าแคมปีเช (Campeche) ของอ่าวเม็กซิโก กลาสีอังกฤษซึ่งแล่นเรือไปแวะที่เมืองนี้ ได้พบเหล้าผสมรสแปลก ๆ ซึ่งต้องคนด้วยช้อนไม้ที่ทำขึ้นเป็นพิเศษโดยเฉพาะจึงจะได้เหล้าผสมรสดี มีนักผสมเหล้าที่ร้านขายเหล้าแห่งหนึ่งใช้รากไม้ชนิดหนึ่ง เรียกชื่อตามลักษณะรูปร่างของมันว่า โคลา เดอ แกลโล (cola de gallo) คนเหล้านั้น ลูกค้าต่างเมืองไปเห็นเข้าก็แปลกใจจึงออกปากถาม นักผสมเหล้าผู้นั้นก็อธิบายความหมายของช้อนคนเหล้าที่ทำด้วยรากไม้นี้ แปลได้ความว่า ค็อกเทล (หางไก่) ในที่สุดคำ ๆ นี้ก็กลายเป็นชื่อเหล้าผสมประเภทนี้ไป

   ยังมีนิทานปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมาอีกเรื่องหนึ่งว่า มีพระธิดาของกษัตริย์เม็กซิโกองค์หนึ่ง ชื่อ ช็อกเติ้ล (Xoctl) ได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้เสิร์ฟเหล้าผสมรสร้อนแรงชนิดหนึ่ง เพื่อเลี้ยงนายทหารอเมริกันที่เดินทางไปยึดเม็กซิโก จนแม่ทัพชาวอเมริกันถึงกับออกปากชมความงาม และความอารีย์ของนางไม่ขาดปาก ในที่สุดเหล้าผสมของกษัตริย์เม็กซิโกก็เลยได้ชื่อตามชื่อพระธิดาองค์นี้ แต่เรียกเพี้ยนไปตามสำเนียงอเมริกันว่า ค็อกเทล นับแต่นั้นเป็นต้นมา

   และเรื่องสุดท้ายเกี่ยวกับต้นกำเนิดค็อกเทลที่เล่าสืบต่อๆ กันมา ก็เห็นจะได้แก่เรื่องที่เล่ากันว่า ในสมัยที่อเมริกายังใช้เรือกลกันอยู่ เพื่อทำการค้าขายในแม่น้ำมิสซิสซิปปี้อยู่นั้น มีบรรดาเศรษฐีที่เดินทางไปกับเรือสั่งให้นำเหล้าทุกชนิดเท่าที่มีอยู่ในเรือมาเทรวมกันในภาชนะขนาดใหญ่ แล้วรินแจกจ่ายแก่คนที่โดยสารในเรือให้ได้ดื่มกิน จนเป็นที่สนุกสนาน ซึ่งแก้วที่ใช้ใส่เหล้าชนิดนี้ จะมีรูปร่างคล้ายอกไก่ และช้อนคนเหล้าก็มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับชะงอยหางไก่ คนที่โดยสารในเรือลำนี้ จึงเรียกเหล้าผสมนี้ว่า ค็อกเทล

   

 www.cocktailthai.com

  ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นเพียงเรื่องปรัมปราที่เล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น แต่เท่าที่มีการบันทึกไว้เป็นหลักฐานทางเอกสารแน่นอนนั้น น่าจะกล่าวได้ว่า เครื่องดื่มค็อกเทลที่เป็นที่รู้จักกันนี้ มาจากหนังสือพิมพ์ที่ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ.1806 (พ.ศ.2349) เป็นหนังสือพิมพ์ของชาวอเมริกันชื่อ เดอะ บาลานซ์ (The Balance) ที่เขียนไว้ว่า ค็อกเทล คือเหล้าผสมที่ใช้เหล้าผสมกับน้ำตาล และน้ำเย็น ต่อมาก็มีหนังสือเกี่ยวกับค็อกเทลที่ตีพิมพ์จำหน่ายออกมาเป็นเล่มแรก ชื่อ เดอะ บอนด์ วิวังต์’ส ไกด์ (The Bond Vivant’s Guide) หรือ เฮาว์ ทู มิกซ์ ดริงค์ (How to Mix Drinks) ในปี ค.ศ.1860 (พ.ศ.2403) โดยบาร์เทนเดอร์ชาวอเมริกันชื่อ เจอรี โธมัส ผู้กำหนดให้ใช้วิธีเขย่าค็อกเทล และใช้แก้วผสมที่เรียกว่า แก้ว บาร์กลาสส์ ต่อมาปี ค.ศ.1882 (พ.ศ.2425) นายฮารี จอห์นสัน ก็ได้รวบรวมตำราผสมค็อกเทลออกตีพิมพ์จำหน่ายอีกเล่มหนึ่ง ในชื่อ บาร์เทนเดอร์ ‘ส แมนนวล (Bartender’s Manual) หรือ เฮาว์ ทู มิกซ์ ดริงค์ ออฟ เดอะ เพรสเซนต์ สตายล์ (How to Mix Drinks of the Present Style)

  ว่ากันไป ตามความจริงการทำค็อกเทลมีมานานตั้งแต่ศตวรรษที่สิบเก้า มีหนังสือโบราณอ้างอิงถึงคำว่า "Cocktail" ในนิตยสารของอเมริกัน ที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.1806 ว่า "It stated that a "Cocktail is a stimulating liquor, composed of spirits of any kind, sugar, water, and bitters." กล่าวว่า แต่เดิม เครื่องดื่มค็อกเทลเป็นเหล้าผสมที่กระตุ้น ประกอบไปด้วยเหล้าสปีริตและส่วนผสมอื่นๆ ได้แก่ น้ำตาลทราย น้ำ และเหล้าบิตเตอร์รสขม เป็นต้น

        

   หลังจากที่คำว่า ค็อกเทล ถูกตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของชาวอเมริกันในปี ค.ศ.1806 ต่อมาในปี ค.ศ.1919 ที่นครลอนดอน ชาวอังกฤษยังไม่รู้จักการดื่มกินค็อกเทลสำหรับช่วงก่อนอาหารมื้อค่ำ แต่ในเวลาใกล้เคียงกันไม่นานนัก เมื่อเครื่องดื่มชนิดนี้เป็นที่นิยมดื่มกันมากในอเมริกา โดยเฉพาะช่วงก่อนอาหารมื้อค่ำประมาณครึ่งชั่วโมง ทำให้เครื่องดื่มค็อกเทลเป็นที่แพร่หลายดื่มกันมากขึ้นในอังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วย

    ในปี ค.ศ.1920 ในอเมริกา ออกกฎหมาย ห้ามจำหน่ายสุรา จึงมีคนคิดหาวิธีดื่มสุราแบบใหม่ โดยนำสุรา มาผสมในเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน เช่น โซดา โค้ก น้ำผลไม้ เป็น เกิดเป็นสูตรค็อกเทลขึ้นต่างๆ นานา

จากปี ค.ศ.1860-1920 ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย : สหรัฐอเมริกา เป็นสถานที่ ที่เกิดเครื่องดื่มผสม "ค็อกเทล" เป็นครั้งแรก

   ยุคสมัยใหม่  ช่วงศตวรรษที่ 19 ประมาณปี ค.ศ.1862 มีสูตรค็อกเทลที่ถูกบันทึกขึ้นเป็นครั้งแรก คือ "Martinez"  ผสมจาก Gin 1 ส่วน และ Sweet Vermouth 4 ส่วน ตกแต่งด้วยลูกเชอรี่สีแดง ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบนิยมดื่มของนักขุดแร่ในเหมืองทอง ต่อมาสูตรของ Martinez ได้ถูกปรับปรุงและเขียนสูตรขึ้นอย่างเป็นทางการในหนังสือ Thomas' 1887 bartender's guide โดยใช้ Old Tom Gin และ Sweet Vermouth และดร็อปด้วย Bitters และน้ำเชื้อมตกแต่งด้วยมะนาวสไลด์ และได้ถูกปรับปรุงจนมาถึงปัจจุบัน เรียกชื่อเปลี่ยนมาจนกลายเป็น "Martini" และได้แพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ เช่น อังกฤษ แคนนาดา จนทั่วยุโรปในราวปี ค.ศ.1990

   ในปี ค.ศ.1988 เครื่องดื่มค็อกเทล (Cocktail) เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางของผู้คนทั่วโลกมากยิ่ง เมื่อผูกำกับ Roger Donaldson’s ได้สร้างภาพยนตร์ เรื่อง Cocktail ที่นำเรื่องราวของคนในวงการบาร์เทนเดอร์ มาทำเป็นภาพยนตร์ ที่นำแสดงโดย Tom Cruise รับบทเป็นกหนุ่มบาร์เทนเดอร์ที่ทำงานอยู่ในบาร์แห่งหนึ่ง ที่มีความสามารถในการควงขวดโชว์การผสมเครื่องดื่มชค็อกเทล ได้อย่างระดับขั้นเทพจนเป็นที่ประทับใจของสาวๆ ที่เข้ามาบาร์แห่งนี้ และภาพยนตร์เรื่องนี้โด่งดังไปทั่วโลก จนทำให้ผู้คนทั่วโลกรู้จักเครื่องดื่ม ชนิดนี้มากยิ่งขึ้น และยิ่งมีหนังเรื่อง James Bond ก็ยิ่งตอกย้ำเครื่องดื่มค็อกเทล (Dry Martini) มากขึ้นอีกด้วย

       

ค็อกเทล น่าหลงไหล เหมือนมีมนต์เสน่ห์ดึงดูดใจ ถ้าได้ลิ่มลอง : @Aphinan

  




เรียนรู้เรื่องค็อกเทล.....Cocktail Learning.

อยากเหล้า .... เรื่อง article
Methods Techniques ... เทคนิคผสมค็อกเทล article
อุปกรณ์ผสม (Bar Accessories) article
Glassware article
หน่วยตวงเหล้า (Basic Measurements) article
รู้จักส่วนผสมอื่น article
Decorate or Garnishes...การตกแต่งแก้ว article
รูปแบบบาร์ article
รสนิยมในการดื่มค็อกเทล article
ตระกูลค็อกเทล article
รู้จักไวน์ และแชมเปญ article
กำเนิดเบียร์ เครื่องดื่มชนิดแรกสุดของโลก article
Color & Flavour of Spirits article
Link to Web. about Spirits article
แนะนำหนังสือค็อกเทลน่าอ่าน



ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชมชอบในบรรยายกาศของการร่ำสุรา
hi5 smileys