ReadyPlanet.com
dot dot
bulletAbout Us
bulletเช็คคอร์สเรียนสำหรับเดือนนี้
dot
งานของเรา
dot
bulletหลักสูตรอบรม
bulletขายอุปกรณ์ ทำค็อกเทล Cocktail Shopping
bulletรับจัดทำเครื่องดื่มในงานเลี้ยง
bulletรับทำค็อกเทล&ม็อกเทล พั้นช์ ผสมพร้อมดื่ม แบบแกลลอน
bulletรับทำค็อกเทลวุ้นหลอดฉีด
bulletรับทำ Box Set
bulletรับสั่งทำไม้จิ้มธงโลโก้ สำหรับจิ้มอาหารค็อกเทล
dot
เลือกรายการ
dot
bulletเลือก....รายการอาหาร Canape' & Finger Food
bulletเลือก....รายการเครื่องดื่ม Cocktail
bulletเลือก....รายการเครื่องดื่ม Mocktail, Punch, SPA Drink
dot
Gallery
dot
bulletภาพ....การจัดเลี้ยงเครื่องดื่มและอาหารค็อกเทล
bulletภาพ....บรรยากาศการเรียนที่ห้วยขวาง
bulletภาพ....บรรยากาศการเรียน Molecular Cocktail ที่ห้วยขวาง
bulletภาพ....บรรยากาศการอบรมผสมเครื่องดื่มนอกสถานที่
bulletภาพ....งานรับคิดค้นสูตร และรับทำเครื่องดื่มเพื่อถ่ายภาพ
dot
Drinks & Beverage
dot
bulletCocktail
bulletMocktail
bulletPunch
bulletSmoothies & Frappe
bulletSPA Drink
bulletMilk Shake
bulletTea & Coffee
bulletอยากเหล้า .... เรื่อง
bulletเทคนิคผสมค็อกเทล
bulletเบียร์ เย็น เย็น
bulletรู้จักไวน์ และแชมเปญ
dot
สูตรเครื่องดื่ม
dot
bulletสูตรค็อกเทล
bulletสูตรเหล้าปั่น
bulletสูตรม็อกเทล
bulletสูตรสมูธตี้ส์และเฟรปเป้
bulletสูตรคานาเป้
bulletสูตรไอศกรีม
dot
บทความน่า.....อ่าน
dot
bulletแนะนำหนังสือค็อกเทล
bulletคนชงเหล้า .... ปั้นน้ำเป็นเงิน
bulletคลิก! อ่านบทความ ที่น่าสนใจ
bulletองค์การสุรา กรมสรรพสามิต
dot
Links to Website Cocktail
dot
bulletLink to Web. about Spirits
bulletCocktail.com
bulletCocktail.uk.com
bulletKingcocktail.com
bulletCocktailtimes.com
bulletDrinksmixer.com
bulletBolsCocktail.com
bulletCocktaildreams.de
bulletDrinkboy.com
bulletBartender.com
bullet877Spirits.com
bulletIn-the-spirit.co.uk
dot
Link to The Best Web
dot
bulletAmazon.com
bulletAmazon.co.uk
bulletGoogle.co.th
bulletYahoo.com
bulletSanook.com
dot
อ่านข่าวจากสื่อออนไลน์
dot
bulletกรุงเทพธุรกิจ
bullet88DB.Jobsdb.com
bulletGourmetthai.com
bulletThaihoteljob.com
bulletThaicabincrew.com
bulletร้านขาย แก้วพลาสติก และ น้ำเชื่อมต่างๆ
dot
Reserve
dot
bullet จองคอร์สเรียน
dot
Contact Us

dot
bulletติดต่อสอบถาม


งานโรงแรม
ข่าวโรงแรม
หางานบาร์ ตำแหน่งงานว่าง
ค้นหาสูตรค็อกเทล
สุดยอดเว็ปบอร์ดไทย
ค้นหาโดยกูรู


Tea & Coffee article

กาแฟ เครื่องดื่มมหัศจรรย์ ที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงไหลในรสชาติ

   "ดำดุจปีศาจ     ร้อนดั่งนรก

    บริสุทธิ์เช่นทูตสวรรค์      หวานปานความรัก"

                                จาก ชาร์ลส์   โมริซ เดอ ตัลยีรองด์          

     กาแฟ มีถิ่นกำเนิดในเอธิโอเปีย ทวีปแอฟริกา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1000 โดยเด็กเลี้ยงแกะจากคาฟฟา สังเกตเห็นฝูงแกะของตนมักจะมีอาการคึกคักหลังจากกิน ผลเชอรี่สีแดงเม็ดเล็กๆ ชนิดหนึ่งเข้าไป วันหนึ่งด้วยความสงสัย เค้าจึงเฝ้าสังเกตดู และทดลองกินดูบ้าง หลังจากนั้นเค้ารู้สึกสดชื่นคึกคักไม่ต่างอะไรกับแกะของเค้า ต่อมาเค้าได้นำผลเชอรี่สีแดงนี้ไปให้บาทหลวงผู้หนึ่งทดลองลิ้มรสดูบ้าง ผลทำให้บาทหลวงผู้นั้นรู้สึกสดชื่น ไม่ง่วงนอนขณะสวดมนต์ ต่อมาท่านบาทหลวงจึงทดลองนำผลเชอรี่สีแดงนี้ไปแช่ในน้ำแล้วดื่มกิน จนเป็นที่นิยมไปทั่ว หลังจากจากผลเชอรี่สีแดงก็ถูกเรียกชื่อว่า เมล็ดกาแฟ

    ยุคแรกต้นกาแฟมีปลูกอยู่ที่เอธิโอเปียก่อนที่จะแพร่ไปยังอาระเบีย จะปลูกกาแฟไว้เพื่อเลี้ยงสัตว์ แต่กาแฟถูกนำมาเป็นเครื่องดื่มอย่างจริงจังโดยชาวเติร์ก มีการผสมเครื่องเทศ สมุนไพรเข้าไปด้วย หลังจากนั้นเมล็ดกาแฟก็ลูกลักลอบไปปลูกยังพื้นที่อื่นๆ จนเป็นนิยมไปทั่ว ถึงแม้ว่าจะมีกลุ่มคนบางส่วนคัดค้าน ต่อต้าน และเรียก เครื่องดื่มกาแฟว่าเป็น "เครื่องดื่มแห่งปีศาจ" ขัดต่อหลักศาสนา ใครที่ดื่มกินจะเป็นพวกมาร พวกปีศาจ พวกนอกรีด จนกระทั้ง โป๊ปวินเซนต์ที่ 3 ทรงตัดสินพระทัยที่จะทดลองดื่มกาแฟดูบ้าง พระองค์จึงได้ค้นพบกับความมหัศจรรย์ในรสชาดความอร่อยอย่างลึกล้ำของกาแฟ จากนั้นเป็นต้นมาเครื่องดื่มกาแฟ จึงเป็นที่ยอมรับ และแพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะที่อิตาลี มีการคิดค้นเครื่องชงกาแฟเครื่องแรกของโลกขึ้นมา เกิดร่านขายกาแฟไปทั่วทุกมุมเมือง และทั่วโลกในเวลาต่อมา

     กาแฟเป็นพืชที่ปลูกกันแพร่หลายในเขตร้อนชื้นต่างๆ ทั่วโลก และในศตวรรษที่ 17-18 กาแฟได้แพร่หลายเข้ามาในประเทศเถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดียตะวันตกเป็นครั้งแรก ส่วนในประเทศไทยก็มีการปลูกกาแฟด้วยเช่นกัน โดยไทยสามารถปลูกกาแฟได้เป็นอันดับที่ 3 ของภูมิภาคแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากประเทศอินโดนีเซีย และประเทศเวียดนาม สายพันธุ์ของกาแฟ ส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กาแฟพันธุ์อราบิก้า และกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ซึ่งกาแฟทั้งสองพันธุ์นี้ ก็มีปลูกในประเทศไทยด้วย พันธุ์โรบัสต้าปลูกกันมากทางภาคใต้ของประเทศ ส่วนพันธุ์อราบิก้าปลูกกันมากทางภาคเหนือของประเทศ

เมล็ดกาแฟ แบ่งตามสายพันธุ์กาแฟที่ปลูก และที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไปแบ่งได้ 4 ชนิด
1.อาราบิก้า
(C. arabica,) มีกลิ่น และรสชาติดีกว่า
2.โรบัสต้า หรือ
คานีโฟร่า (C.canephora ver. robusta,)มีสารคาเฟอีนมากกว่า และรสออกเปรี้ยวนิดๆ รสกระด้างมากกว่าอาราบิก้า
3.เอ็กเซลซ่า
(C.excelsa or C.liberica ver. dewevrei) ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมปลูก รสชาติแย่ ไม่เป็นที่ยอมรับ
4.ลิเบอริกา
(C.liberica or C.liberica ver liberica)

พันธุ์กาแฟ มีกว่า 50 พันธุ์ทั่วโลก แต่มีอยู่ 2 พันธุ์หลักที่เป็นที่รู้จักกัน คือ

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า ปลูกกันมากทางภาคใต้ของประเทศไทย ดโยเฉพาะในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ,  ชุมพร , ระนอง , นครศรีธรรมราช , พังงา และกระบี่ จะปลูกกาแฟพันธุ์นี้กันมาก

กาแฟพันธุ์โรบัสต้า เจริญเติบโตได้ดีในแถบบริเวณที่ราบต่ำ สามารถเพาะปลูกได้ง่าย มีความต้านทานต่อการติดเชื้อโรคได้สูง สามารถทนต่ออุณหภูมิ และความชื้นที่สูงได้ดี ได้ผลผลิตเมล็ดกาแฟมาก และผลของมันยังสุกเร็วกว่ากาแฟพันธุ์อราบิก้าด้วย แต่มีคุณภาพ รสเข้มขม และราคาต่ำกว่ากาแฟพันธ์อราบิก้าด้วย ส่วนใหญ่จะนิยมนำกาแฟพันธุ์นี้มาผลิตทำกาแฟผงสำเร็จรูป

กาแฟพันธุ์อราบิก้า ปลูกกันมากทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ , เชียงราย , ลำปาง , แม่ฮ่องสอน และตาก

    


กาแฟพันธุ์อราบิก้า เจริญเติบโตได้ดีในแถบบริเวณที่ราบสูงประมาณ 800-1,500 เมตร ที่ความสูงระดับนี้มีผลใทห้กาแฟเจริญเติบโตได้ช้า ซึ่งมีผลทำให้ผลผลิตเมล็ดกาแฟได้น้อย แต่มีรสชาดที่ดีเยี่ยมนุ่มกลมกล่อม กลิ่นหอมคล้ายกลิ่นอโรมา หรือกลิ่นฟาวเวอร์ ทำให้กาแฟพันธุ์นี้มีราคาแพงกว่ากาแฟพันธุ์โรบัสต้า ส่วนใหญ่นิยมนำมาผลิตทำเป็นกาแฟสด

ลักษณะเด่นของกาแฟ มีอยู่ 4 ประการ คือ

1.กลิ่นหอมฟุ้ง (Aroma)

2.บอดี้น้ำหนักมวลรวมของเมล็ด (Body)

3.แอซิดิตี้ กรดรสเปรี้ยวที่ทำให้ซาบซ่าน กระชุ่มกระชวย (Acidity)

4.เฟลเวอร์ รสชาดที่เด่นเป็นเอกลักษณ์ (Flavor)

การคั่วเมล็ดกาแฟ มี 3 ระดับ

1. Light Roast (Cinnamon Roast) คั่วแบบอ่อนสุดๆ สีออกน้ำตาลอ่อนคล้ายสีของอบเชย

2. Medium Roast (City Roast or Full City Roast) คั่วแบบปานกลาง รสเข้มข้น ออกรสหวานนิดหน่อย คั่วนาน 11-15 นาที

3. Dark Roast (Espresso Roast or Italian Roast) คั่วแบบไหม้เกียมจนดำ รสเข้มข้นมาก กลิ่นควันไหม้ คั่วนาน 16-18 นาที ทำให้ปริมาณกาเฟอีน และความเป็นกรดลดลงมาก 
 

 

 

 

 

 

ชนิดของเครื่องดื่มกาแฟ

แบ่งออกเป็น

  • กาแฟเอสเปรสโซ (Espresso) กาแฟดำ ชงเข้มข้น ไม่ผสมอะไรเลย ใส่ถ้วยขนาด 2-3 ออนซ์ แต่ก็มีแบบผสมด้วย เช่น กาแฟเอสเปรสโซ มัคเคียอะโต (Espresso Macchiato) จะผสมฟองนมเพิ่ม , กาแฟเอสเปรสโซ คอนพันนา (Espresso Conpanna) จะผสมวิปปิ้งครีมเพิ่ม
  • กาแฟคาปูชิโน (Capuchino) กาแฟเอสเปรสโซผสมฟองนมในอัตราส่วนอย่างละครึ่ง
  • กาแฟลาเต้ (Latte) กาแฟเอสเปรสโซผสมนมร้อนและฟองนม แบ่งออกเป็นสามส่วนอย่างละเท่าๆ กัน
  • กาแฟมอคค่า (Mocha) กาแฟเอสเปรสโซผสมน้ำเชื่อมช็อกโกแลตและนมร้อน อาจจะใส่ฟองนมก็ได้
  • กาแฟเฟรปเป้ (Frappe) กาแฟปั่น
  • กาแฟอเมริกาโน (Americano) กาแฟเอสเปรสโซผสมน้ำร้อน
  • กาแฟไอซ์ลาเต้ (Ice Latte) กาแฟเอสเปรสโซผสมนมสด และน้ำแข็ง
  • กาแฟไอซ์มอคค่า (Ice Mocha) กาแฟเอสเปรสโซผสมช็อกโกแลต นมสด และน้ำแข็ง
  • กาแฟไอซ์อเมริกาโน (Ice Americano) กาแฟเอสเปรสโซผสมน้ำ และน้ำแข็ง

กาแฟดำ 1 ถ้วย ( 150 มล.) มีปริมาณกาเฟอีน 60-180 มก.

อุปกรณ์สำหรับชงกาแฟ ได้แก่

  •  อุปกรณ์ชงแบบไอบริค (Ibrik) เป็นกากรวยทำจากทองเหลืองหรือทองแดง ชงกาแฟตามสไตล์แบบชาวตะวันออกกลาง มีการเติมเครื่องเทศเข้าไปด้วย โดยภายในกาก็ยังมีกากกาแฟตกค้างอยู่
  •  อุปกรณ์ชงแบบแก้วชง (Coffee Plunger) หรือแบบเฟรนช์ เพรส (French Press) เป็นแบบแก้วใส มีที่กรองและก้านกดอัดแรงดัน ทำจากสเตนเลส เพื่อกรองกากกาแฟออก ใช้กับกาแฟที่บดแบบหยาบ
  •  อุปกรณ์ชงแบบหยด (Drip) ใช้หลักแรงดันไอน้ำ ให้น้ำร้อนกลายเป็นไอ แล้วหยดระเหยผสมผ่านกาแฟ จากคว่ำลงก็จะกรองกากกาแฟออก และมีแบบที่แบบกระดาษกรอง ใช้หลักการเดียวกัน เน้นความร้อนของน้ำที่ผ่านกาแฟ
  •  อุปกรณ์ชงแบบเอสเปรสโซ (Espresso Machine) เป็นเครื่องแบบ Automatic ทำงานโดยอัตโนมัต ใช้การขับแรงดันไอน้ำ ในหม้อต้ม อัดผ่านกาแฟที่คั่วบดแบบละเอียด ในบล็อก Porta Filter จะได้หัวกาแฟที่เข้มข้น ได้แก่ Super Automatics  , Semi Automatics และ Fully Automatics

ประโยชน์ของกาแฟ

1.
ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B มีผู้วิจัยพิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ในการป้องกัน โรคดังกล่าว

2.
ป้องกันโรคหอบ โรคนี้ คือ อาการ ภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง โดยทั่วไปเมื่อมีประสาทสำรองไม่ถูกกระตุ้น จะไม่มีอาการหอบเกิดขึ้นง่ายๆ แต่ถ้าหากประสาทสัมผัสสำรองถูกกระตุ้น จะเกิดอาการหอบทันที และคาเฟอีนในกาแฟจะระงับการตึงเครียดของประสาทสัมผัสสำรอง ลดการเกิดโรคหอบ


3.
ลดการเกิดโรคตับจากสุรา ตามที่นักวิชาการสำรวจแล้วพบว่า กาแฟช่วยลดผลร้ายที่จะมีต่อตับ แต่ยังต้องวิจัยต่อไปว่า สารใดที่มีประโยชน์ดังกล่าว และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่ นอกจากแอลกอฮอล์


4.
ป้องกันมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งในช่องปาก จากผลการทดลองจริง พบว่ากาแฟมีประสิทธิภาพป้องกันโรคขั้นต้น โดยเฉพาะในคาเฟอีนมีกรดอะซิติก ที่ช่วยป้องกันโรค


5.
ขับไล่ความชรา ออกซิเจนเป็นสารที่ร่างกายต้องการมากก็จริง แต่ถ้ามีออกซิเจนมากไป ทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงและแก่เร็ว โดยเฉพาะกาแฟที่เข้มข้น จะทำให้ออกไซด์แตกตัว ลดการเกิดมะเร็งได้ กระตุ้นการเผาผลาญอาหารในร่างกาย


6.
กาแฟลดอัตราคอเลส-เตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ ในกาแฟมีนิโคติน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกับในบุหรี่ แต่เป็นวิตามิน B รวมชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการ ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด จึงป้องกันโรคหัวใจ และหลอดเลือดแข็งตัว


7.
ละลายไขมัน กาแฟที่ทานหลังอิ่มอาหาร ช่วยให้ไขมันแตกตัว และให้พลังงานทดแทนจึงลดความอ้วนได้


8.
กาแฟเพิ่มไขมันชนิดดีให้ร่างกาย ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ตามผลการวิจัยพบว่า คนที่ดื่มกาแฟบ่อยๆ จะมีไขมันชนิด (HDL) เพิ่มขึ้น ซึ่งไขมันชนิดนี้จะขับไล่คอเลสเตอรอลออกไป ป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว


9.
แก้ปวดศีรษะ กาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีนที่ขยายหลอดเลือด ระงับอาการปวดได้เช่นเดียวกับยาแก้ปวด และยังช่วยขับปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด และช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เนื่องจากเมาสุราได้


10.
เพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมองและสมรรถภาพสมอง มีผู้เชี่ยวชาญสรุปผลการวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมาว่า ความหอมของกาแฟช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น นั้นเป็นเพราะกลิ่นกาแฟ ทำให้เลือดไหลเวียนในสมองเพิ่มขึ้น


11.
ดื่มกาแฟเล็กน้อยทำให้น้ำย่อยในกระเพาะหลั่งดีขึ้น ไขมันแตกตัว หากได้ดื่ม กาแฟเล็กน้อยหลังทานอาหารเสร็จ คาเฟอีน ในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันถูกเผาผลาญ


อยากเรียนชงกาแฟ หัดใช้เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ ทำฟองนม ก็ต้องที่นี่เลยครับ

1.บริษัท เคทู ขายอุปกรณ์ เครื่องชงกาแฟต่างๆ และเปิดสอนกาแฟด้วย คอร์สละ 3000 บาท

2.บริษัท บอนกาแฟ ขายอุปกรณ์ เครื่องชงกาแฟต่างๆ และเปิดสอนกาแฟด้วย คอร์สละ 3000 บาท

กาแฟมีชีวิต จิตวิญญาณ

การดื่มกาแฟเอสเปรสโซให้อร่อยต้องดื่มภายใน 10 วินาที มิฉะนั้นจะกลายเป็นกาแฟตาย ที่มีแต่รสขมไม่ได้รสอ่อนนุ่ม

 

TEA

ชา เป็นพืชที่จัดอยู่ในพืชตระกูลคาเมเลีย ไซเนซิส มีกว่า 1200 สายพันธุ์ และมีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศจีนบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น ลำต้นเป็นไม้ยืนต้น ต้นชาอาจจะสูงได้ถึง 20 เมตร แต่ส่วนใหญ่จะตัดแต่งไม่ให้สูงเกิน 1 เมตร เพื่อที่จะได้เก็บใบอ่อนได้ง่าย อีกทั้งยังทำให้เกิดการแตกผลิใบอ่อนออกมาสม่ำเสมอ ลักษณะใบชา เป็นสีเขียวเรียวยาวประมาณ 3 นิ้ว กว้างประมาณ 1 นิ้ว ปลูกได้ดีในที่มีระดับความสูงเหนือน้ำทะเลกว่ 1000 เมตร ในที่มีอากาศหนาวเย็น มีความชื้น แต่ถ้าเป็นชาในประเทศอินเดีย จะอยู่ในตระกูลคาเมเลีย แอสซามิกา แต่จริงๆ แล้วมันก็คืออยู่ในตระกูลเดียวกัน ตระกูลคาเมเลีย ไซเนซิส (Camellia sinensis)        

แหล่งผลิตใบชาที่ใหญ่ๆ ของโลก

  • จีน เน้นชาใบ กลิ่นหอมอบอวล มีผลิตมากว่า 1000 ปี
  • อินเดีย ส่วนใหญ่ทำเป็นชาใบ และชาผงสำเร็จรูป
  • ศรีลังกา ส่วนใหญ่บดเป็นผง ทำชาซองขายที่ยุโรป

ชาสมุนไพร

ชาสมุนไพร (Herbal Tea) เป็นเครื่องดื่มที่นำมาชงผสมกับน้ำร้อนๆ (Infusion) ดื่มกินเพื่อบำรุงสุขภาพร่างกาย เครื่องดื่มชาสมุนไพร ในรูปแบบต่างๆ มีอยู่มากมาย หลากหลาย
ชาสมุนไพรในตะวันตก นอกจากชาฝรั่ง ที่เรียกว่า Camellia sinensis ที่เราคุ้นเคยกันแล้ว ก็ยังมี "ชาสมุนไพร" (Herbal Tea) ด้วยที่ชาวตะวันตกนิยมดื่มชาสมุนไพรกันนานมาแล้ว ก่อนที่จะนิยมดื่มชาจีน แรกเริ่มจะเรียกว่า "tea" ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาจีนคือ "เต๊" (t'e) โดยในศตวรรษที่ 18 จะเรียกชาสมุนไพรว่า "ทีเซน" (tisane) ไม่ใช่ "เฮอร์เบอร์ ที" (herbal tea) อย่างในปัจจุบัน เดิมที ทีเซนจะหมายถึงน้ำข้าวบาร์เลย์ที่นำมาต้ม แต่ต่อมาก็ขยายความครอบคลุมรวมไปถึง ใบหรือดอก ส่วนต่างๆ ของสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่นำมาชงกับน้ำร้อน (infusion) ใช้ดื่มเป็นเครื่องดื่มเพื่อเป็นยารักษาโรคด้วย ต่อมาในศตวรรษที่ 19 ชาวยุโรปจึงเริ่มหันมานิยมดื่มชาสมุนไพรเป็นเครื่องดื่มทั่วไปกันมากขึ้น แต่ก็ยังจำกัดวงเฉพาะในหมู่คนจนชนบทเท่านั้น เนื่องจากชาจริงๆ มีราคาแพงมาก เพราะต้องนำเข้ามาจากประเทศจีนและอินเดีย จะกระทั้งเกิดเหตุการณ์การประท้วงการขึ้นภาษีใบชาที่สหรัฐอเมริกา ที่เมืองท่าบอสตัน ในปี ค.ศ. 1773 มีการบุกขึ้นเรือ แล้วเทใบชาทิ้งลงทะเลหมด ทำให้ชาวอเมริกาหันไปดื่มกาแฟแทนกันมาก แต่ชาสมุนไพรก็นิยมดื่มกันแทนชาจริงๆ ด้วย ชาสมุนไพรนิยมดื่มกันแพร่หลายในช่วงนี้มาก เรียกว่า "ชาอาณานิคม" ทำจากสะระแหน่ กานพลู ผิวมะนาว และดอกจันทน์เทศ นอกจากหอมหวนชวนดื่มแล้ว และยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารอีกด้วย กานพลูนั้นนอกจากใช้เป็นเครื่องเทศแล้ว ยังนิยมนำมาทำเป็นชากานพลูด้วย ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 16
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19-20 ช่วงแรกความนิยมในชาสมุนไพรก็ลดถอยลงไปเรื่อยๆ แต่ในช่วงต่อมาก็กลับฟื้นขึ้นมาใหม่ พร้อมกับกระแสความตื่นตัวในการดูแลบำรุงสุขภาพในแนวธรรมชาติกันมากขึ้น ทั้งยังมีผลงานการวิจัยสมัยใหม่ที่ออกมายืนยันสรรพคุณทางยาของชาสมุนไพรหลายๆ มากขึ้นด้วย

วิธีทำชาสมุนไพรมี 2 วิธีคือ

  1. ชง หรือ แช่ (Infusion) ในน้ำร้อนจะให้สารละลายออกมาเหมือนการชงชาทั่วไป วิธีนี้เหมาะกับสมุนไพรที่เป็นใบ ดอก หรือเมล็ด ซึ่งน้ำมันหอมระเหย (essential oil) อาจสูญเสียไปหากนำไปต้ม ชาสมุนไพรของฝรั่งส่วนใหญ่ใช้วิธีนี้
  2. ต้ม (Decoction) นำสมุนไพรไปต้มกับน้ำที่เดือดนานประมาณ 10-20 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำ วิธีนี้เหมาะกับสมุนไพรส่วนที่เป็นราก เปลือกไม้แข็ง และเมล็ด

ชาสมุนไพร ชาสมุนไพรนอกจากจะมีกลิ่นและรสเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองแล้ว อาจจะแต่งกลิ่นและรสเพิ่มได้อีก เช่น ใส่น้ำผึ้งแต่งรสหวาน ใส่มะนาวฝานแต่งกลิ่นและรสให้ออกเปรี้ยวฝาด ใส่สะระแหน่ ผงลูกจันทน์เทศป่น อบเชย หรือใบเตยเพื่อแต่งกลิ่น ได้แก่ชา

ชามะตูม  เป็นชาสมุนไพรที่แพร่หลาย ใช้ทั้งชงและต้ม โดยนำผลมาฝานเป็นแว่นตากแห้ง สามารถนำมาต้มได้เลย แต่ถ้าจะนำมาชง ต้องหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อน โดยชงในน้ำร้อนนานประมาณ 5 นาที จะได้ชาที่มีกลิ่นหอมเหมือนเปลือกไม้รมควัน แต่จะเข้มข้นน้อยกว่าวิธีต้ม สรรพคุณแก้ท้องเสีย ช่วยย่อยอาหาร ขับเสมหะ แก้ร้อนใน
ชาตะไคร้ ชาสมุนไพรที่ดื่มกินได้ทั้งร้อนหรือเย็น สามารถนำมาต้มหรือชงก็ได้ น้ำชาสีเหลืองอมเขียวอ่อนๆ รสออกฝาดนิดหน่อย แต่กลิ่นหอมเย็นอย่างมะนาว ใช้วิธีชงจะได้กลิ่นที่หอมมากกว่า สรรพคุณช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด และมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ
ชากระเจี๊ยบ  ใช้มหรือชงก็ได้ น้ำชากระเจี๊ยบมีรสชาดไม่แตกต่างกันมากนัก เพียงแต่น้ำกระเจี๊ยบต้มจะเข้มข้นกว่า ชากระเจี๊ยบ มีสีแดงใส กลิ่นหอม รสอมเปรี้ยว สรรพคุณมีฤทธิ์ช่วยแก้ร้อนใน กระหายน้ำ รักษาอาการขัดเบา นิ่วในไตและกระเพาะปัสสาวะ ลดความดันโลหิต แก้ไอได้
ชาเก๊กฮวย ใช้ดอกที่ตากแห้ง เอามาต้มหรือชงก็ได้ ผลไม่แตกต่างกัน ชาดอกเก๊กฮวยมีกลิ่นหอมหวาน รสธรรมชาติ มีสีเหลืองใสอ่อนๆ นิยมดื่มทั้งร้อนและเย็น สรรพคุณช่วยบำรุงตับและสายตา บรรเทาอาการไขข้ออักเสบ ช่วยขับลมในลำไส้
ชาว่านหางจระเข้  ใช้ส่วนใบและวุ้นมาตากแห้ง แล้วต้มหรือชงก็ได้ ชาว่านหางจระเข้จะมีกลิ่น และรสเหมือนกับชาสมุนไพรทั่วไป มีสีเหลืองใสอ่อนๆ รสออกขมนิดๆ หากใช้ใบและวุ้นปนกันมากจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และเป็นยาระบาย
ชาดอกคำฝอย ใช้ดอกที่แห้งนำมาชงเป็นชาสมุนไพร มีกลิ่นหอม รสเหมือนกับน้ำชาทั่วไป สีเหลืองปนส้ม สรรพคุณช่วยบำรุงประสาท บำรุงหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอล
ชาใบหม่อน  เหมือนใบชาจีน เหมาะนำมาชง สีเขียวปนเหลือง รสฝาดนิดหน่อย สรรพคุณช่วยระงับประสาท คลายกังวล ทำให้ผ่อนคลาย
ชากานพลู  นิยมดื่มกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณ จะนำเอาดอกตูมมาตากแห้งมา แล้วชงหรือต้มก็ได้ มีสีเหลืองปนน้ำตาล กลิ่นหอมเย็น รสเฝื่อนนิดๆ สรรพคุณช่วยแก้อาการท้องเสีย ขับลม แก้ท้องอืดเฟ้อ ดับกลิ่นปาก ลดการบีบตัวของลำไส้
ชากิงโกะ  (ใบแปะก๊วย)  ใช้ต้มหรือชงก็ได้ หากจะชงต้องหั่นใบเป็นฝอยๆ ก่อน มีกลิ่นหอมเหมือนใบชาทั่วไป รสออกขมปนฝาด ชากิงโกะเป็นของจีน สรรพคุณช่วยการสูบฉีดโลหิตไปยังส่วนปลายประสาทให้ดีขึ้น บำรุงประสาท เหมาะสำหรับคนแก่ ช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
ชารางจืด  ใช้ใบนำมาตากแห้ง แล้วต้มหรือชงเป็นชาสมุนไพร มีกลิ่นหอมอ่อนๆ สีเหลืองอ่อน รสขมแกมฝาดเล็กน้อย บางทีใส่ใบหนุมานประสานกายและใบเตยเข้าไปผสมด้วย สรรพคุณช่วยลดไข้ ถอนพิษได้
ชามิรานี ชัย  เป็นชาสมุนไพรค็อกเทล ที่นิยมดื่มในหมู่นักดื่มชาสมุนไพรในตะวันตก ใช้ส่วนผสมน้ำเปล่า 2 ถ้วย ขิงแก่สับ 2 ช้อนชา อบเชย 2 แท่ง พริกไทยเม็ดบุบ 3-4 เม็ด ลูกกระวาน 8-10 ลูก ต้มส่วนผสมทั้งหมดประมาณ 10 นาที แล้วใส่น้ำนมถั่วเหลือง 1/2 ถ้วย ต้มต่ออีก 10 นาที แล้วกรองเอาแต่น้ำใส่แก้วดื่ม อาจจะแต่งรสด้วยน้ำผึ้งและผงลูกจันทน์เทศป่นได้ มีกลิ่นหอมของอบเชยและน้ำนมถั่วเหลือง รสเผ็ดแบบขิงเล็กน้อย

ประโยชน์ และโทษของชา

ชาจะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามกรรมวิธีการผลิต ได้แก่

1.ชาเขียว เป็นชาที่ผ่านการอบแห้งโดยไม่ต้องหมัก ทำให้ใบชายังคงมีสีเขียว

2.ชาจีน เป็นชาที่เก็บจากภูเขาสูง และเป็นชาที่เก็บในฤดูหนาว

3.ชาฝรั่ง เป็นชาที่ผ่านการหมักอย่างเต็มที่

4.ชาขาว เป็นชาที่ได้จากยอดชาอ่อน และผ่านกระบวนการผลิตโดยใช้ความร้อนน้อยที่สุด จึงทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการและศักยภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูงสุด

ในใบชาจะมีสารคาเฟอีน ที่ช่วยกระตุ้นระบบประสาท และระบบหมุนเวียนโลหิต ที่มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายในร่างกาย ชายังใช้ผสมในยาแก้ปวด เพื่อรักษาโรคไมเกรน ช่วยเพิ่มฤทธิ์ในการรักษา และทำให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้นอีกด้วย ส่วนสารกลุ่มแซนธีนในใบชาจะช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดตีบตัน เส้นเลือดอุดตัน และสารพอลิฟีนอล จะช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดอาการอักเสบ ช่วยสมานแผล ช่วยขับและขจัดสารพิษต่างๆ ภายในร่างกายได้ดี

ส่วนการดื่มชาเขียวจะช่วยลดการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะในชาเขียวจะมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก ที่ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธเทนิกในใบชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี1ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี2ช่วยลดการอักเสบ

การดื่มชาในช่วงหน้าร้อน จะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่น เนื่องจากชามีสารพอลิฟีนอล คาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน เมื่อสารเหล่านี้เกิดปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกาย นอกจากนี้ชายังให้สารไอโอดีน และฟูลออไรด์ ช่วยป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานหนักมากเกินไป และยังช่วยป้องกันฟันผุ และเสริมมวลกระดูกให้แข็งแรงด้วย

ส่วนโทษของใบชา ก็มีอยู่ไม่น้อย เพราะในใบชามีกรดแทนนิกอยู่มาก โดยเฉพาะชาหมัก ใบชาคุณภาพต่ำจะมีกรดแทนนิกอยู่มาก มีผลต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้ดูดซึมอาหารได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจนำไปสู่อาการขาดธาตุเหล็กในเลือด เมื่อแทนนิกรวมตัวกับโปรตีนจะทำให้ย่อยโปรตีนยากขึ้น ยิ่งชามีความเข้มข้นมากๆ ระบบย่อยอาหารจะผิดปกติ ทำให้ท้องผูก โดยเฉพาะในช่วงท้องว่าง ถ้าทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ ดังนั้นควรดื่มชาในช่วงหลังทานอาหารไม่เกิน 3 ชั่วโมง

บุคคลที่ไม่ควรดื่มชา คือผู้ที่มีอาการไตบกพร่อง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ เด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบ สตรีที่ทานยาคุม สตรีตั้งครรภ์ สตรีให้นมบุตร ผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ ผู้ที่นอนหลับยาก และไม่ควรดื่มชาขณะกินยา ทั้งยาแผนปัจจุบันหรือยาแผนโบราณ

นอกจากนี้ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัด เพราะความร้อนจะไปทำลายเนื้อเยื่อในช่องปาก จนทำให้เกิดอันตรายในช่องปาก ลำคอ และลำไส้ได้ ไม่ควรดื่มชาที่ค้างคืนหรือชงไว้นานๆ เพราะว่ามีกรดแทนนิกสูง และสารต่างๆในน้ำชาอาจทำปฏิกริยาจนกลายเป็นสารพิษได้




เรียนรู้เรื่องค็อกเทล.....Cocktail Learning.

The Cocktails article
อยากเหล้า .... เรื่อง article
Methods Techniques ... เทคนิคผสมค็อกเทล article
อุปกรณ์ผสม (Bar Accessories) article
Glassware article
หน่วยตวงเหล้า (Basic Measurements) article
รู้จักส่วนผสมอื่น article
Decorate or Garnishes...การตกแต่งแก้ว article
รูปแบบบาร์ article
รสนิยมในการดื่มค็อกเทล article
ตระกูลค็อกเทล article
รู้จักไวน์ และแชมเปญ article
กำเนิดเบียร์ เครื่องดื่มชนิดแรกสุดของโลก article
Color & Flavour of Spirits article
Link to Web. about Spirits article
แนะนำหนังสือค็อกเทลน่าอ่าน



ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบในรสชาติของสุรา แต่ข้าพเจ้าชมชอบในบรรยายกาศของการร่ำสุรา
hi5 smileys